ทุเรียนป่าละอู ทุเรียนหมอนทองป่าละอู
ทุเรียนป่าละอู คือ ทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ ป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมายถึง ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ชะนี ที่มีลักษณะ เนื้อหนา สีเหลืองอ่อน เนื้อเนียนละเอียด แห้ง กลิ่นอ่อน รสมันหวาน เม็ดลีบเล็ก ที่ผลผลิตในช่วงเดือนระหว่างเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม ทั้งปลูกบริเวณพื้นที่ป่าละอู ในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะผลเป็นวงรี ใต้ผลแหลม ปลายหนามแหลมคมมาก ร่องพูชัดเจน
ลักษณะของทุเรียนของป่าละอู
- ชื่อไทย : ทุเรียนป่าละอู
- ชื่ออังกฤษ : Pa la-u-durian
- พันธุ์ทุเรียน : พันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ชะนี
- ลักษณะทางกายภาพ
- รูปทรง : ผลเป็นวงรีบริเวณด้านใต้ผลแหลม น้ำหนักระหว่าง 1.5 – 5 กิโลกรัม
- เปลือก : เปลือกมีสีเขียวปนน้ำตาล ปลายหนามแหลมคมมาก ร่องพูชัดเจน
- ก้านขั้ว : ค่อนข้างใหญ่ สีน้ำตาล จับดูจะรู้สึกสาก พอแก่จัดขั้วจะมีรสหวาน
- เนื้อ : เนื้อหนา สีเหลืองอ่อน เนื้อเนียน ละเอียด แห้ง มีกลิ่นอ่อน
- รสชาติ : หวาน มัน
- เมล็ด : เมล็ดลีบทำให้รู้สึกมีเนื้อหนาขึ้น
- ลักษณะเด่น : มีรสหวาน เนื้อหนาเนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งมีความมันมากกว่าความหวาน กลิ่นไม่รุนแรง
- สถานที่เพาะปลูก : ป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในชื่อ “ทุเรียนป่าละอู” กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เลขทะเบียน 5410075 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554
- ผลผลิต : เดือนระหว่างเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม

ความสัมพันธ์ระหว่างทุเรียนหมอนทองป่าละอูกับแหล่งภูมิศาสตร์
สภาพพื้นที่ เป็นที่ราบเชิงเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 150-200 เมตร สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นและป่าดิบ พื้นที่ทำเกษตรมีแร่ธาตุอาหารสมบูรณ์ เนื่องจากพื้นที่การเกษตรเป็นป่ารกร้าง มีความเหมาะสมในการปลูกทุเรียน พร้อมทั้งฤดูฝน ฝนจะตกหนัก น้ำป่าพัดพาแร่ธาตุอาหารมาในพื้นที่ทำการเกษตรเป็นประจำ
อุณหภูมิ ช่วงกลางวันมีอากาศร้อนจัด ช่วงกลางคืนมีอากาศเย็น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ทุเรียนปรับสภาพตัวเองให้อยู่ในสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ทุเรียนป่าละอูมีรสชาติอร่อย
สภาพน้ำ การให้น้ำของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งไม่มีกรดและด่าง
ลักษณะภูมิอากาศ มี 3 ฤดู ได้แก่
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน – พฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส
ขอบเขตที่ตั้งแหล่งภูมิศาสตร์
พื้นที่ปลูกทุเรียนของป่าละอูรวมทั้งหมด 11 หมู่บ้านของตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเนื้อที่ปลูกทุเรียนมีจำนวน 1,760 ไร่
การพิสูจน์แหล่งกำหนด
- ทุเรียนป่าละอู ต้องปลูกในพื้นที่ 11 หมู่บ้านของตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- กระบวนการผลิตต้องผ่านการควบคุมและตรวจสอบ คือ การขึ้นทะเบียนสมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนป่าละอูรวมทั้งต้องมีหลักฐานกำกับเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
ความเป็นมาตามเอกสารการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
ทุเรียนป่าละอูเริ่มเข้ามาเพราะปลูกที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ (ป่าละอู) เมื่อปี พ.ศ. 2527 ผู้ที่นำเข้ามาคนแรกคือ นายพยุง พรายใย โดยเริ่มแรกนำเข้ามาทดลองปลูกจำนวน 100 ต้น คือทุเรียนพันธุ์ก้านยาว นำมาจากจังหวัดนนทบุรี และพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง จากจังหวัดระยอง (อ้างอิงตามเอกสารการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)
การนำทุเรียนเข้ามาปลูกในพื้นที่ป่าละอูในครั้งนั้นได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ คือรสชาติอร่อยมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผลผลิตของต้นพันธุ์จากพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดระยอง คือมีรสมัน หวานน้อย เนื้อแน่นและกลิ่นไม่แรง จนได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุเรียนป่าละอูมีการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น ทุเรียนต้องมีอัตราความสุก 85% และต้องมีสติ๊กเกอร์กำกับเพื่อบอกแหล่งผลิต วันหมดอายุ เพื่อสะดวกต่อการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ

ประวัติความเป็นมา
สำหรับทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนพันธุ์ “หมอนทอง” พระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เมื่อครั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด ร.ร.อานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ้างอิงข้อมูลจาก ryt9.com)
และต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชประสงค์ให้ตั้ง โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ป่าเด็ง-ป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเป็นผู้บริหารโครงการในเขตแต่ละจังหวัด การดำเนินงานตามโครงการได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน (ข้อมูลจาก prachuapkhirikhan.go.th)
หลังจากนั้นก็มีเกษตรกรปลูกทุเรียนจำนวนมาก จึงได้มีการรวมตัวของผู้ปลูกทุเรียนป่าละอูในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของต้นทุเรียน ทั้งมีความชื้นสัมพัทธ์สูง มีอุณหภูมิต่ำเวลากลางคืน ในฤดูฝนจะมีน้ำไหลบ่าจากยอดเขา พัดพาแร่ธาตุอาหารมาเติมให้กับพื้นที่การเกษตรเป็นประจำทุกปี และเป็นดินร่วนปนทราย น้ำขังไม่นาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกทุเรียน
ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ทุก ๆ ปีองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ได้จัดให้มีการประกวดทุเรียน ชมและชิม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน ทำให้มีความต้องการที่จะซื้อหามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาของทุเรียนป่าละอูเพิ่มสูงขึ้น เพราะผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ความแตกต่างของทุเรียนป่าละอูแท้ และ ทุเรียนทั่วไป
สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ เป็นสหกรณ์ในโครงการพระราชดำริ ซึ่งเป็นสหกรณ์ประเภทสหกรณ์การเกษตรและได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกปลูกทุเรียนที่มีความแตกต่างจากแหล่งอื่น

